ไม่มีหมวดหมู่

ไข้เลือดออก ยุงลายตัวร้าย อันตรายถึงชีวิต!!

เข้าหน้าฝนกันเต็มตัวแล้วนะครับ วันนี้เภสัชรู้ใจ By Pharma Xin ขอพูดถึงเรื่อง “ไข้เลือดออก” โรคที่ต้องระวังกันมากๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนแบบนี้ครับผม

ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี (Dengue) ติดต่อจากคนสู่คน โดยมียุงลายเป็นพาหะครับ กระบวนการก็คือ ถ้ายุงลายกัดคนที่เป็นโรคไข้เลือดออก เชื้อจะเข้าไปเจริญเติบโตในตัวยุง แล้วถ้ายุงลายตัวนั้นไปกัดคนอื่นๆ อีกก็สามารถแพร่เชื้อออกไปได้ครับ โดยยุงลายมักออกหากินตอนกลางวัน มีแหล่งเพาะพันธุ์ คือ น้ำนิ่ง น้ำขังในที่ต่างๆ เพราะฉะนั้น การจัดการแหล่งน้ำขังเหล่านี้ ไม่ให้ยุงลายเพาะพันธุ์ได้ ก็จะช่วยลดจำนวนยุงลาย ลดโอกาส ลดความเสี่ยงในการเป็นไข้เลือดออกได้ครับ

อาการของไข้เลือดออก สามารถสังเกตได้ดังนี้ครับ

  1. มีอาการไข้สูงลอย ประมาณ 2-7 วัน ส่วนใหญ่ไข้จะสูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส ส่วนมากไม่ค่อยมีน้ำมูกไหลหรือไอ อาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว ในบางรายอาจมีอาการชักเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในเด็กที่เคยมีประวัติการชักมาก่อนครับ ระยะนี้การกินยาลดไข้มักไม่ค่อยได้ผล ไข้ยังคงสูงลอยอยู่อย่างนั้นครับ ห้ามใช้ยาลดไข้สูงพวก IBUPROFEN หรือ ASPIRIN เด็ดขาดนะครับ เพราะยาเหล่านี้ มีผลให้เลือดออกได้เยอะและรุนแรงขึ้นครับ กินได้แค่ PARACETAMOL เท่านั้น ถ้าอาการไม่ดีขึ้น Pharma Xin แนะนำให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง และให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไปครับ
  2. มีอาการเลือดออกและอาการช็อก อาการมักจะเกิดในช่วงวันที่ 3-7 พบบ่อยที่สุดคือตามผิวหนังครับ มักมีจุดเลือดออกเป็นจุดเล็ก ๆ กระจายอยู่เต็มตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ ทั้งนี้อาจมีเลือดออกตามไรฟันได้ด้วยนะครับ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการขั้นรุนแรง อาจมีอาการอาเจียนหรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยครับผม  ในระยะนี้ไข้จะเริ่มลดลง แต่มีอาการอาเจียน ปวดท้องบ่อยขึ้น ซึมมากขึ้น ตัวเย็น มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย เหงื่อแตก ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว มีภาวะความดันต่ำ ซึ่งเหล่านี้ให้เราตระหนักไว้นะครับ ว่าคนไข้เริ่มมีภาวะช็อก อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาดครับ ให้รีบส่งโรงพยาบาลทันที เพราะหากไม่ได้รับการรักษาภายใน 1-2 วัน อาจทำให้เสียชีวิตได้ครับผม
  3. อาการตับโต เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บ มีเลือดออกที่ตับ ม้ามหรือมีอาการของไตวายได้
  4. มีภาวะระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยไข้เลือดออกอาจจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นมีภาวะช็อก เนื่องจากมีการรั่วของสารน้ำ (Plasma) ออกไปยังช่องปอดหรือช่องท้อง เกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับไข้ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งภาวะเหล่านี้อันตรายมากๆ ต้องรีบไปโรงพยาบาลนะครับ

จะเห็นได้ว่า ในแต่ละระยะของไข้เลือดออกอาการก็จะมีความแตกต่างกันไป รวมถึงแต่ละบุคคลเอง อาการและความรุนแรงก็แตกต่างกันไปเช่นเดียวกันครับ บางคนไม่แสดงอาการอะไรเลย แต่บางคนอาจจนถึงรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิตได้

Pharma Xin ขอสรุปง่ายๆ สำหรับการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกได้ด้วยตัวเราเองนะครับ

  • ถ้าพบไข้สูงลอย กินยาพาราแล้วไข้ไม่ลด ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นไข้เลือดออก อย่านิ่งนอนใจ ให้รีบไปหาหมอนะครับ เพราะถ้าเป็นไข้เลือดออกจริงๆ ปล่อยไว้อาการอาจรุนแรงถึงชีวิตได้
  • ถ้ามีเลือดออกผิดปกติ อาเจียนมาก ปวดท้อง ซึม ไม่ดื่มน้ำ กระหายน้ำตลอดเวลา มีปัสสาวะออกน้อยเมื่อความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ตัวลาย เหงื่อออกโดยเฉพาะในช่วงไข้ลง รีบไปโรงพยาบาลด่วนๆนะครับ คนไข้กำลังมีภาวะช็อกครับผม อันตรายมากๆเช่นกัน
  • เวลามีไข้ควรใช้ยาพารา (PARACETAMOL) ในการลดไข้ก่อนนะครับ เพราะยากลุ่ม NSAIDs เช่น IBUPROFEN หรือ ASPIRIN ที่ใช้ลดไข้สูง อาจทำให้อาการไข้เลือดออกรุนแรงมากขึ้นได้ครับ
  • หลายๆคนเชื่อว่าเป็นไข้เลือดออกแล้ว จะไม่เป็นอีก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกแค่ครึ่งเดียวครับ Pharma Xin อธิบายง่ายๆคือ ไวรัสเด็งกี่ ที่เป็นสาเหตุของไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ครับ ถ้าเคยเป็นสายพันธุ์ไหนแล้ว เราก็จะมีภูมิคุ้มกันสำหรับสายพันธุ์นั้น และไม่เป็นไข้เลือดออกจากสายพันธุ์นั้นอีกครับ แต่ก็ยังมีโอกาสเป็นไข้เลือดออกจากสายพันธุ์ที่เหลือได้นะครับ เพราะฉะนั้น ใครที่เคยเป็นไข้เลือดออกแล้ว ก็ยังคงต้องระวังตัวเองอยู่เหมือนเดิมครับผม
  • การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทำได้ง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์เยอะเลยนะครับ

 

สุดท้าย ช่วงนี้ฝนตก อากาศเปลี่ยน ระวังไม่สบายโดยเฉพาะโรคอันตรายอย่างไข้เลือดออกกันนะครับ

#มีปัญหาเรื่องยาปรึกษาเภสัชกร  #เภสัชรู้ใจ #PharmaXin #Swanwhite #PH-1

ขอบคุณค้าบบ

Pharma Xin

 

Comment here